เสนอแก้ เพิ่มเบี้ยยัง ชีพ 3000 ต่อเดือน

รังสิมา ในฐานะประธาน กมธ.สวัสดิการสังคมฯ นำแถลงผลักดันแก้ พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ เพิ่มเบี้ยยังชีพเป็น 3,000 บาทต่อเดือน ชี้ช่องหาแหล่งเงินเพิ่ม ไม่เป็นภาระรัฐบาล

วันที่ 16 ธ.ค. 2563 น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร แถลงที่รัฐสภา ว่า กมธ.สวัสดิการสังคมฯ เห็นถึงความสำคัญของการวางรากฐานระบบบำนาญของประเทศให้มีความยั่งยืน ให้ประชาชนมีความมั่นคงในชีวิต มีหลักประกันทางสังคมด้านบำนาญในการดำรงชีพเมื่อเข้าสู่วัยชรา ปัจจุบันผู้สูงอายุจะได้รับเบี้ยยังชีพในอัตรา 600-1,000 บาท ซึ่งไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ และอยู่ต่ำกว่าเส้นความยากจน เพราะมีแหล่งรายรับเพียงแหล่งเดียวหลังเกษียณ คือ เบี้ยยังชีพ

ทาง กมธ.สวัสดิการสังคม จึงพิจารณากรณีนี้โดยตั้งคณะอนุกรรมาธิการ มีตัวแทนกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการคลัง คณะกรรมการกฤษฎีกา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมด้วย สรุปเห็นว่า ควรให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546

ให้สอดคล้องเจตนารมณ์ของประชาชน โดยมุ่งหมายให้มีการจัดบำนาญพื้นฐานแห่งชาติ เป็นสวัสดิการขั้นพื้นฐานแบบถ้วนหน้า โดยที่ประชากรไทยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปมีสิทธิได้รับทุกคน เพื่อสร้างความมั่นคงด้านรายได้ที่เพียงพอในการดำรงชีพหลังเกษียณ ช่วยลดภาระการพึ่งพิงวัยแรงงาน และกระตุ้นเศรษฐกิจทางอ้อมอีกด้วย

ทั้งนี้ ปัจจุบันรัฐบาลจ่ายเบี้ยยังชีพแบบขั้นบันได 12 ล้านคน ใช้งบประมาณปีละ 77,000 ล้านบาท แต่หากรัฐบาลเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็น 1,000 บาทต่อเดือน จะใช้งบประมาณปีละ 144,000 ล้านบาท หากเดือนละ 3,000 จะใช้งบประมาณปีละ 432,000 ล้านบาท จึงเห็นควรให้บริหารงานรูปแบบกองทุนเพื่อแก้ปัญหาเรื่องงบประมาณ และสามารถนำเงินไปลงทุนในรูปแบบต่างๆ ได้

น.ส.รังสิมา กล่าวต่อไปอีกว่า การแก้ไข พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ จะมีการเปลี่ยนชื่อเป็น พ.ร.บ.ผู้สูงอายุและบำนาญแห่งชาติ พร้อมทั้งแก้ไขให้เบี้ยผู้สูงอายุเป็นบำนาญพื้นฐานแห่งชาติ และแก้ไขที่มาของเงินในกองทุนผู้สูงอายุเพื่อให้รับเงินได้มากขึ้น โดยเพิ่มเติมที่มาของเงินเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาด้านงบประมาณ นอกจากนี้ ต้องพิจารณาแนวทางความเป็นไปได้ในการจัดสรรงบประมาณจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม เช่น รายได้จากการจัดเก็บภาษีทางอ้อม

การจัดสรรงบประมาณบางส่วนจากการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตหรือภาษีบาป การจัดสรรงบประมาณจากรายได้ในการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล และรายได้จากการบริจาคเป็นต้น อย่างไรก็ตาม จากนี้ทาง กมธ.สวัสดิการสังคม จะจัดทำเป็นเล่มรายงานผลการพิจารณาศึกษา เพื่อเสนอต่อสภาฯ เพื่อดำเนินการต่อไป.